หนังออนไลน์ : The Purge Anarchy – คืนอำมหิต คืนล่าฆ่าไม่ผิด บุรุษผู้ก่อตั้งอเมริกาใหม่ขอเชื้อเชิญคุณเข้าร่วมงานชำระบาปประจำปี ระทึกขวัญไปกับ 12 ชั่วโมง ซึ่งอาชญากรรมทุกประเภท รวมถึงฆาตกรรมกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ค่ำคืนพลเมืองปลดปล่อยตัวตนโดยไม่คำนึงถึงบทลงโทษ สภาพบ้านเมืองตกอยู่ในภาวะไร้กฎหมาย พบกับการกลับมาของทริลเลอร์สุดล้ำ

คืนล่าฆ่าไม่ผิด โดยมือเขียนบท/ผู้กำกับ/ผู้อำนวยการสร้าง เจมส์ เดอโมนาโก ร่วมกับเจสัน บลูม (Paranormal และแฟรนไชส์ Insidious) จากบลูมเฮาส์ โปรดักชันส์ ร่วมกับเซบาสเตียน เค. เลอเมอร์ซิเออร์ (Assault on Precinct 13, Four Lovers) และหุ้นส่วนจากแพลตินัม ดูนส์ ไมเคิล เบย์ (Pain & Gain, แฟรนไชส์ Transformers), แบรด ฟูลเลอร์ (The Amityville Horror, A Nightmare on Elm Street) และแอนดรูว์ ฟอร์ม (The Texas Chainsaw Massacre, Friday the 13th)

ตรรกะที่ว่าถัดจากวันล้างบาปแล้วคนที่ฆ่าคนอื่น อย่างเช่น ฆ่าเพื่อนร่วมงานวันรุ่งขึ้นเวลามันไปทำงานถ้าคนอื่นรู้มันจะทำยังไงวะ คนอื่นๆ จะไม่ระแวงว่าจะถูกมันฆ่าในปีต่อๆ ไปเหรอ? คนพวกนี้จะใช้ชีวิตในสังคมต่อไปยังไง หรือถ้าฆ่าเพื่อนบ้านวันถัดมาก็ญาติดีกันภายใต้กฎหมายที่กลับมามีผลเหมือนเดิมอย่างงั้นเหรอ? คือเรื่องราวหลังจากหนังจบมันน่าสนใจมากๆ แต่ก็ไม่ได้นำมาเล่าเหมือนเดิม

ยังรู้สึกว่าถ้าหนังเล่าด้วยการสร้างโลกใหม่ไปเลยอาจจะได้ผลในเชิงตรรกะกว่านี้ก็ได้ อย่างเช่น สมมติว่าให้ผู้ล่าเป็นหุ่นยนต์ หรือเป็นมนุษย์ที่ถูกหุ่นยนต์ไล่ล่าไปเลย แต่ของเดิมมันก็ดีในเชิงจิกกัดนั่นแหละและคนดำคนขาวยังคนรวยคนจนยังถูกนำมาใช้ ยังดีที่มีสิ่งที่เพิ่มจากภาคแรกคือโปรดักชั่นที่ใหญ่มากขึ้นและการสร้างเงื่อนไขให้ตัวละครออกมาผจญภัยนอกบ้าน จากที่ภาคแรกมีแค่มุมมองคนที่ถูกล่า กลายเป็นมีทั้งสองมุมคือทั้งคนที่ถูกล่าและคนดีผู้ออกล่าที่ต้องการล้างบาปจริงๆ ไม่ได้ทำไปตามกลไกของรัฐบาลมาอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ทำให้เรื่องมีความขัดแย้งที่น่าสนใจกว่าเดิม

มีกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการล้างบาป มีการล้างบาปที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวเดียวกัน เพื่อนร่วมงาน หรือว่านักล่าที่ฆ่ากันเองโดยไม่มีเหตุผล โดยเฉพาะผลพวงที่ทำให้เกิดการซื้อขายมนุษย์ที่คนจนตกเป็นเหยื่อในการทำพิธีล้างบาปของคนรวยซึ่งแสดงออกมาในลักษณะของเกมไล่ล่าเพื่อความสนุกสนานได้เกือบจะสะใจดีแล้ว แต่การสำรวจตัวละครก็ไม่ได้ลึกล้ำมากจนดำดิ่งถึงเงามืดหรือมีมิติใหม่ๆ จากภาคแรกมากพอที่จะทำให้เราสะเทือนใจได้

คนทำยังประนีประนอมเช่นกันกับภาคแรกที่ให้ตัวละครเอกเป็นคนดีที่สามารถยับยั้งโทสะผดุงความยุติธรรมได้เป็นเลิศต่อไป โดยที่ไม่มีใครแหกกฎลงมือฆ่าหลังหมดเวลาล้างบาป

รวมๆ แล้วสนุกดีนะ มองโดยรวมแบบทั้งเรื่องก็สมเหตุสมผลกว่าภาคแรก แต่ถ้ามองเป็นฉากๆก็มีขัดใจอยู่บ้างในบางครั้งที่ตกอยู่ในพื้นที่อันตรายอย่างไม่ระมัดระวังและการหนีรอดของตัวละครง่ายและเหมาะเจาะเกินไป รู้สึกว่ามันเล่นกับบรรยากาศอันตรายได้มากกว่านี้ ถึงแม้ตัวละครบางตัวจะชี้ชวนกวนใจให้ตกเป็นเป้าได้ตลอดเวลา และดีที่เสื้อเกาะตัวนั้นไม่ได้ถูกใช้งาน